กฎระเบียบที่ควรรู้

การจัดตั้งธุรกิจ

หากท่านต้องการเข้ามาทำธุรกิจในแคนาดา ท่านสามารถตรวจสอบความพร้อมเพื่อการทำธุรกิจโดยผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาลแคนาดาดังนี้

Checklists and Guides for Starting Business in Canada

การเปิดบริษัทในแคนาดานั้นไม่ใช่เรื่องยากและสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งหากท่านต้องการขยายสาขาบริษัทที่มีอยู่แล้วในประเทศไทยมายังแคนาดา ท่านสามารถดำเนินการได้โดยการจดทะเบียนการค้าแบบ Extra-Provincial Cooperation ได้ที่รัฐที่ท่านต้องการข้าไปทำธุรกิจหรือเปิดสาขา โดยแต่ละรัฐจะมีกฎระเบียบและค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป ตามลักษณะและรูปแบบของบริษัท มีข้อแม้อยู่ว่าท่านต้องมี Agent of Service ‘’บุกคลชาวนแคนาดาที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในรัฐนั้นเป็นผู้ร่วมลงนาม’’ กฎหมายชองรัฐภายในแคนาดาอาจจะแตกต่างกันไป หากท่านต้องการที่จะขยายสาขาธุรกิจของท่านไปรัฐอื่น ๆ ก็สามารถทำได้โดยการไปจดทะเบียนการค้าแบบ Extra-Provincial Cooperation เหมือนขั้นตอนแรก ต่างคือสาขานั้นจะต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของรัฐใหม่
หากท่านยังไม่เคยมีบริษัทที่ประเทศไทยมาก่อน แต่ต้องการที่จะเปิดบริษัทใหม่ในแคนาดา ก็สามารถทำได้ไม่ต่างจากการขยายสาขามายังแคนาดาดังกล่าวข้างต้น โดยหากท่านต้องการเข้ามาอาศัยอยู่ในแคนาดาด้วยนั้น ท่านสามารถขอรับการตรวจลงตรา (ตามข้อมูลของ Citizenship and Immigration Canada) แบบนักธุรกิจ Start-up Visa หรือเป็น Self-Employed Persons โดยมีข้อยกเว้นและประโยชน์แตกต่างกันไป ดังนั้นท่านควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจ หรือหากท่านไม่ต้องการที่จะย้ายมาอาศัยอยู่ที่แคนาดา ท่านสามารถเปิดบริษัทได้โดยมีข้อแม้อยู่ว่าต้องมีชาวแคนาดาร่วมถือหุ้นบริษัทด้วย และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว การจัดตั้งบริษัทหรือ Partnership ของทั้งสองกรณีข้างต้นนั้น ก็จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของรัฐที่ท่านต้องการ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมการจดทะเบียนการค้าได้ที่ http://www.servicecanada.gc.ca/eng/subjects/business/
Start-up visa ดูได้ที่ http://www.cic.gc.ca/english/immigrate/business/start-up/index.asp
Self-employed people ดูได้ที่ http://www.cic.gc.ca/english/immigrate/business/self-employed/index.asp


ผู้ประกอบการควรเลือกว่าจะเปิดดำเนินธุรกิจในรูปแบบใด ดังนี้

  1. Sole Proprietorship
    ผู้ประกอบการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้วยตนเอง โดยอาจใช้ชื่อธุรกิจหรือชื่อตนเองในการประกอบการ
  2. Partnership
    ผู้ประกอบการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจร่วมกันกับหุ้นส่วนหนึ่งคนหรือมากกว่า
  3. Corporation
    ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจโดยทรัพย์สินต่าง ๆ ของธุรกิจจะแยกจากกันโดยสิ้นเชิงกับทรัพย์สินส่วนบุคคลของผู้ประกอบการ
  4. Society
    ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจโดยไม่หวังผลกำไร และเงินรายได้ต่างๆจะนำไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของสังคม
  5. Co-operative
    เป็นธุรกิจที่หลายคนเป็นเจ้าของร่วมกันและดำเนินการร่วมกันคล้ายสหกรณ์

การจดทะเบียนทางธุรกิจ

การตั้งชื่อธุรกิจที่นอกเหนือจากการใช้ชื่อ-สกุลของผู้ประกอบการ จะต้องจดทะเบียน และได้รับการอนุมัติจากจากทางการแคนาดา เพื่อที่จะใช้เป็นเอกสารประกอบในการเปิดบัญชีธนาคาร การขอกู้เงิน และอื่น ๆ ประกอบด้วย 2 ขั้นตอนดังนี้

  1. การตั้งชื่อธุรกิจ

    ขั้นตอนแรกในการขอจดทะเบียนธุรกิจ คือ การตั้งชื่อธุรกิจ โดยผู้ประกอบการสามารถสมัครออนไลน์ได้จากเว็บไซด์ของทางการแคนาดา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนหรือความสับสนกับลักษณะกิจการนั้น ๆ และมีการบันทึกข้อมูลของผู้ประกอบการ การตั้งชื่อธุรกิจประเภท Sole Proprietorships และ Partnerships อาจจะเกิดการซ้ำซ้อนกันได้ เนื่องจากกฎหมายมิได้คุ้มครองในส่วนนี้ นอกจากธุรกิจประเภท Corporation เท่านั้นที่มีการป้องกันมิให้มีชื่อที่ซ้ำกัน

  2. การขอจดทะเบียนธุรกิจ

    เมื่อชื่อธุรกิจได้รับการอนุมัติแล้ว ผู้ประกอบการมีเวลาตามกำหนดในการขอจดทะเบียนบริษัทกับ ทางการแคนาดา

ใบอนุญาตประกอบกิจการ

ในแต่ละรัฐของแคนาดาจะกำหนดให้ทุกกิจการต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการบนพื้นที่ของเจ้าของกิจการนั้น ๆ เจ้าของกิจการควรจะติดต่อ City Hall ในพื้นที่ของตนว่าควรต้องมีใบอนุญาตใดบ้างสำหรับกิจการของตน แต่ละพื้นที่ประกอบกิจการจะมีใบอนุญาตแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากภาครัฐ ภาคจังหวัด และภาคท้องถิ่นสำหรับธุรกิจบางประเภทอีกด้วย ดังนั้นผู้ประกอบการควรขอคำแนะนำจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

การขอจดทะเบียนภาษี

การขอจดทะเบียนภาษีจะขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ โดยผู้ประกอบการจะต้องขอจดทะเบียนกับทางการแคนาดา แม้ธุรกิจบางประเภทจะถูกงดเว้นภาษีบางตัว แต่ผู้ประกอบการก็ต้องทำการจดทะเบียนดังกล่าว

การขอจดทะเบียนภาษี GST

ธุรกิจที่มีรายได้มากกว่า 30,000 ดอลลาร์แคนาดาต่อปี จะต้องเสียภาษี GST โดยผู้ประกอบการจะต้องขอจดทะเบียนกับ Canada Revenue Agency

การขอจดทะเบียนอื่นๆ

ผู้ประกอบการอาจต้องขอจดทะเบียนอื่น ๆ เช่น จดทะเบียนกับทางภาครัฐละระดับท้องถิ่น (รัฐ)หากผู้ประกอบการได้มีการว่าจ้างลูกจ้าง ผู้ประกอบการจะต้องขอจดทะเบียนและจ่ายเบี้ยประกันภัยกับกระทรวงแรงงานแคนาดา เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ประกอบการ และลูกจ้างในกรณีบาดเจ็บ หรือเกิดโรคภัยขึ้น แต่หากผู้ประกอบการเป็นผู้ทำงานเองแต่ผู้เดียว (self-employed) จะต้องขอจดทะเบียนกับกระทรวงแรงงานแคนาดา หากผู้ประกอบการได้มีการว่าจ้างลูกจ้าง และมีการจ่ายเงินเดือน เงินรายชั่วโมง เงินโบนัส เงินพักร้อน เงินทิป รวมทั้งจัดหาที่พักให้แก่ลูกจ้าง ผู้ประกอบการจะต้องขอจดทะเบียนกับ Canada Revenue Agency เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับภาษีเงินได้ เงินบำนาญ (CPP) และเงินประกันสังคม (EI) หากธุรกิจเป็นรูปแบบบริษัทนิติบุคคล หรือเป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามาดำเนินการในแคนาดา ผู้ประกอบการจะต้องขอจดทะเบียนภาษีเงินได้นิติบุคคลกับ Canada Revenue Agency หากธุรกิจเป็นรูปแบบนำเข้า หรือส่งออกสินค้า ผู้ประกอบการจะต้องขอจดทะเบียนกับ Canada Border Services Agency (CBSA) หากธุรกิจเป็นประเภทร้านอาหาร โดยขายอาหารเป็นหลัก และมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขายเสริมรายได้ด้วย ผู้ประกอบการจะต้องขอจดทะเบียน Restaurant (Food-Primary) Liquor Licence

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถจดทะเบียนการค้าได้ทางออนไลน์ได้ที่ :

http://www.cra-arc.gc.ca/tx/bsnss/tpcs/bn-ne/bro-ide/menu-eng.html


อย่างไรก็ดี ระเบียบการและรายละเอียดในการจดทะเบียนการค้าจะมีความแตกต่างออกไปตามรัฐต่าง ๆ ดังนี้


รัฐแอลเบอร์ตา


รัฐบริติชโคลัมเบีย


รัฐแมนิโทบา


รัฐนิวบรันสวิก


รัฐนิวฟันด์แลนด์และลาบาดอร์


ดินแดนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ


รัฐโนวาสโกเชีย


ดินแดนนูนาวุต

รัฐออนแทรีโอ


รัฐปรินซ์เอดเวิร์ดไอแลนด์


รัฐควิเบก


รัฐซัสแคตเชวัน


ดินแดนยูคอน


การตรวจลงตรา

หากผู้ร้องต้องการเข้าไปทำธุรกิจในแคนาดา จะต้องขอรับการตรวจลงตราประเภท Temporary Resident Visa ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทเดียวกับวีซ่าสำหรับผู้จะเดินทางเข้าไปในแคนาดาเพื่อพำนักอยู่ชั่วคราว ซึ่งจะรวมถึงบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจะทำธุรกิจด้วย

เอกสารสำคัญ ๆ ที่จะต้องนำไปประกอบการขอรับการตรวจลงตรา

  1. หนังสือเดินทาง ต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันที่ไปยื่น ถ้ามีเล่มเดิม ควรนำไปประกอบการขอด้วย
  2. ใบคำร้องขอวีซ่า ต้องกรอกทุกข้อเป็นภาษาอังกฤษ
  3. รูปถ่าย ขนาด 2 คูณ 2 นิ้ว สีพื้นหลังต้องเป็นสีขาวเท่านั้น ไม่มีลวดลาย ไม่มีการแต่งภาพ ไม่สวมแว่นตากันแดด ไม่ยิ้มจนเห็นฟัน รูปถ่ายจะต้องชัดเจนละมีอายุ ไม่เกิน 6 เดือน
  4. เอกสารประกอบคำร้องขอ มีดังนี้
    • หนังสือแสดงความประสงค์ที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจในแคนาดา หรือหนังสือจากบริษัท หรือจากบริษัทของแคนาดาที่เชิญไปทำธุรกิจในแคนาดา
    • หนังสือรับรองการจดทะเบียนของบริษัท หรือทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์
    • ทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาสูติบัตร
    • เอกสารการเปลี่ยนชื่อ สกุล (ถ้ามี)
    • สำเนาทะเบียนสมรส ในกรณีที่ไม่สมรส ต้องมีจดหมายรับรองเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งระบุว่าสมรสแต่ไม่ได้จดทะเบียน และต้องมีการลงนามจากทั้งสองฝ่าย ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ได้ทำงาน และคู่สมรสไม่ได้เดินทางไปด้วย ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านและหลักฐานการทำงานของคู่สมรสด้วย
    • สมุดบัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ และเงินฝากประจำ ฝากแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี ปรับสมุดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องแสดงยอดเงินแก่สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ควรมีเล่มเก่าไปแสดงด้วย บัญชีเงินฝากจะต้องนำต้นฉบับไปแสดง

      กรณีคู่สมรส สามารถใช้บัญชีของสามีหรือภรรยาได้ แต่ต้องมีทะเบียนสมรสยืนยัน ในกรณีไม่จดทะเบียนต้องมีหนังสือรับรองการสมรสเป็นภาษาอังกฤษ
    • ใบรับรองที่ระบุว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม เสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ หรือมีโรคติดต่อ

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย
ชั้น 15 อาคารอับดุลราฮิม 990 ถนนพระราม 4 บางรัก กรุงเทพฯ 10500
662 636 0540
662 636 0565
www.cic.gc.ca/english/immigrate/apply.asp