กฎระเบียบที่ควรรู้

การลงทุน

กฎหมายแรงงาน (มาตรฐานการจ้างงาน) กฎหมายว่าด้วยการจ้างงานในแคนาดาถูกกำหนดโดยกฎหมายของรัฐบาลกลางและรัฐบาลของแต่ละรัฐ (โดยคิดเป็นร้อยละ 90 เป็นของรัฐบาลของแต่ละรัฐ และอีกร้อยละ 10 อยู่ในความดูแลของรัฐบาลกลาง) กฎหมายแรงงานของแคนาดาได้กำหนดให้มีการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานในการทำงานของลูกจ้าง เช่น เวลาการเข้างาน อัตราค่าจ้างนอกเวลา ค่าแรงขั้นต่ำ อัตราวันลา การลาคลอดบุตร ลาป่วยหรือลากรณีฉุกเฉิน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดยกฎหมายแรงงานของแต่ละรัฐ โดยค่าแรงขั้นต่ำถือเป็นตัวกำหนดราคาว่าจ้าง/ชั่วโมง ลูกจ้างมีสิทธิในการขอเวลาส่วนตัวอย่างต่ำครึ่งชั่วโมงหลังจากทำงานติดต่อกันแล้วห้าชั่วโมง ลูกจ้างมีสิทธิในการปฏิเสธไม่ทำงานหากเห็นว่างานที่กระทำอยู่นั้นมีความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต ลูกจ้างมีสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ว่าจ้างได้หากตนประสบอุบัติเหตุในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในที่ทำงาน กฎหมายแรงงานยังครอบคลุมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน โดยผู้จ้างไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธการจ้างว่าด้วยเหตุผลว่าด้วย ชาติ เผ่าพันธุ์ ชนชั้น สีผิว อายุ เพศ สถานะ พิการ หรือศาสนา

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.labour.gc.ca/

กฎหมายลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร (การจดสิทธิบัตรในประเทศแคนาดา)

ขั้นตอนการดำเนินการ (ยื่นคำขอรับสิทธิบัตร - รักษาสภาพคำขอฯ - ขอให้ตรวจสอบ - การติดต่อกับสำนักงานสิทธิบัตร - ได้รับสิทธิบัตร หรือการอุทธรณ์การปฏิเสธ)

แบบฟอร์มสามารถดาวน์โหลดได้ที่

http://www.cipo.ic.gc.ca/eic/site/cipointernet-internetopic.nsf/eng/h_wr00021.html
http://www.ipthailand.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=495:2014-04-23-08-40-26&catid=74&Itemid=248


  1. การเขียนคำขอรับสิทธิบัตร ผู้ขอจดสิทธิบัตรจะต้องดำเนินการขอขอจดสิทธิบัตรตามกฎหมายของแคนาดาได้ที่ Canada Intellectual Property Office หรือ www.cipo.ic.gc.ca ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามขั้นตอน หากเอกสารในการยื่นเอกสารในครั้งแรกไม่ครบถ้วน ผู้ร้องจะถูกปฏิเสธและจะต้องยื่นเรื่องใหม่ทั้งหมด (ผู้ร้องจะเสียโอกาสในการกำหนดวันบังคับสิทธิบัตร) เอกสารประกอบในการยื่นขอจดสิทธิบัตร ได้แก่ ใบคำร้อง บทย่อของการขอสิทธิบัตร (summary) รายละเอียดของสิ่งประดิษฐ์ ข้อมูลการถือสิทธิ รูปเขียน และการชำระค่าธรรมเนียม
  2. การยื่นคำร้องขอรับสิทธิบัตร แคนาดาอนุญาตให้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรภายใน 1 ปี นับตั้งแต่การเปิดเผยการค้นพบ โดยนับการได้สิทธิบัตรตามวันที่ยื่นขอ (หากเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์) การเขียนคำร้องขอสิทธิบัตรและเอกสารที่บรรยายการประดิษฐ์สามารถทำเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส ทั้งนี้ ผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญของการค้นพบ หากยื่นคำร้องแก่ฝ่ายแคนาดาแล้ว (ยกเว้นการแก้ไขเนื่องมาจากการเขียนหรือพิมพ์ผิด) ดังนั้น ผู้ยื่นคำร้องจะต้องตรวจสอบรายละเอียด และจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของการกำหนดวันในการเริ่มต้นของลิขสิทธิ์ หรือจะรอจนกว่าการค้นพบดังกล่าวเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนการยื่นคำร้องขอรับสิทธิบัตร หากสำนักงานพิจารณาว่ารายละเอียดคำขอรับสิทธิบัตรไม่สมบูรณ์ สำนักงานจะปฏิเสธคำร้องและคืนค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ขอ อย่างไรก็ดีหากสำนักงานต้องการขอรับข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม ผู้ร้องจะต้องนำส่งข้อมูลเพิ่มเติมดังกล่าวแก่สำนักงานภายใน 15 เดือน นับแต่วันยื่นคำร้อง หากเลยกำหนด 15 เดือน สำนักงานจะถือว่าคำร้องไม่สมบูรณ์และจะดำเนินยกเลิกคำร้องต่อไป
  3. การรักษาสภาพของสิทธิบัตร ผู้ร้องสามารถรักษาสภาพขอสิทธิบัตรโดยจ่ายค่าธรรมเนียมการรักษาสภาพ มิฉะนั้น สำนักงานจะถือว่าเป็นการยกเลิกสภาพของสิทธิบัตร ค่าธรรมเนียมจะเรียกเก็บปีละ 1 ครั้ง นับต้องแต่วันที่ได้รับสิทธิบัตร
  4. การติดต่อกับสำนักงานสิทธิบัตร ผู้ร้องสามารถติดต่อกับสำนักงานเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมตามที่ได้รับการร้องขอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นของการเพิ่ม/ลดการใช้สิทธิ รวมถึงการขออุทธรณ์ (Patent Appeal Board) อย่างไรก็ดี หากการอุทธรณ์ได้รับการปฏิเสธ คำร้องดังกล่าวจะถูกส่งไปยัง Commissioner of Patent โดยอัตโนมัติ เพื่อเข้าสู่กระบวนการทบทวนการพิจารณาใหม่ ซึ่งผู้ร้องสามารถมาปรากฏตัวต่อหน้าคณะกรรมการเพื่อให้เหตุผลเพิ่มเติมได้ ซึ่งหาก Commissioner of Patent ยืนยันการปฏิเสธ ท่านสามารถอุทธรณ์ต่อศาลในระดับ Federal Court ของแคนาดาได้
  5. การได้รับสิทธิบัตร ในกรณีที่สำนักงานตอบรับคำขอฯ ผู้ร้องจะได้รับ Notice of Allowance ทางไปรษณีย์ ซึ่งผู้ร้องจะต้องดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมสิทธิบัตรดังกล่าว และสำนักงานจะจัดส่งสิทธิบัตรให้แก่ผู้ร้องทางไปรษณีย์ภายใน 12 สัปดาห์ อนึ่ง ผู้ร้องมีเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่ได้รับ Notice of Allowance เพื่อที่จะชำระค่าธรรมเนียมสิทธิบัตร และสิทธิบัตรจะถูกส่งทางไปรษณีย์ไปยังผู้ร้องภายใน 12 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันชำระค่าธรรมเนียม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.cipo.ic.gc.ca/
แหล่งข้อมูล : กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์

กฎหมายที่ดินในแคนาดาสำหรับชาวต่างชาติ หากเปรียบเทียบกันแล้วแคนาดามีความยืดหยุ่นมากกว่ากฎหมายไทยในหลายด้าน กล่าวคือชาวต่างชาติสามารถเข้ามาซื้อที่ดิน ถือกรรมสิทธิ์ครอบครอง ปล่อยเช่าที่ดินในแคนาดาโดยไม่มีข้อยกเว้นต่างใด ๆ หรือข้อจำกัดต่างจากคนแคนาดา ชาวต่างชาติยังสามารถยื่นขอสินเชื่อจำนอง โดยเงินดาวน์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 35 ของบ้าน โดยสามารถซื้อโดยไม่จำเป็นต้องมาแสดงตัวในแคนาดาและอาจกระทำผ่านทางตัวแทน ข้อเสียคือผู้ซื้อจะต้องจ่ายภาษีโรงเรือนและที่ดิน (Property Tax) ไม่ต่างจากชาวแคนาดา นอกจากนี้ หากต้องการที่จะขายที่ดินที่ซื้อไว้ จำเป็นจะต้องเสียภาษีกำไรส่วนต่างจากราคานับจากวันที่ซื้อถึงราคาของวันที่ขายเรียกว่า (Gain Capital) ข้อดีคือแคนาดาไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บภาษีการโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกหลานของท่านตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม นอกจากนี้ การถือกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินในแคนาดา มิได้แปลว่าท่านจะสามารถทำงานหรือได้สัญชาติแคนาดาโดยทันที ชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานหรืออาศัยอยู่ในแคนาดานานกว่า 6 เดือน จะต้องทำเรื่องขอวีซ่าทำงาน (work visa) หรือสมัครเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร (permanent resident) ต่อไป ตามขบวนการที่กำหนดไว้ทั้งหมด โดยอาจมีข้อจำกัดสำหรับพื้นที่ทำการเกษตรกรรมแตกต่างกันไปตามแต่รัฐ รวมถึงที่ดินของรัฐหรือเรียกว่า Crown land (ที่ดินร้อย 85 ของรัฐออนแทรีโอนั้น ถือว่าเป็น Crown land) โดยเป็นพื้นที่ถือกรรมสิทธิ์โดยรัฐบาล เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชนได้ใช้สอย โดยสามารถเข้าไปทำกิจกรรมส่วนตัวได้เช่น ตกปลา ตั้งแคมป์ ปั่นจักรยาน เดินป่า พายเรือ แต่สิ่งเหล่าน้ำอาจมีข้อจำกัดแตกต่างกันไปตามกิจกรรม เช่น การตกปลาจะต้องมีใบอนุญาตจากรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นสามารถตกปลาได้

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.ontario.ca/rural-and-north/crown-land

มาตรการและสิทธิประโยชน์ของนักลงทุนต่างชาติ

ไทยและแคนาดาได้มีการลงนามความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน(Agreement Between the Government of Canada and the Government of the Kingdom of Thailand for the Promotion and Protection of Investments) เมื่อ 24 กันยายน 2514

  • การส่งเสริมการลงทุนของแคนาดา ประกอบด้วยมาตรการการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐบาลกลาง อาทิ การให้เครดิตภาษีที่นำมาใช้ในการวิจัยและพัฒนา การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการ การส่งเสริมการลงทุนจากระดับรัฐ เช่น การเครดิตภาษี การลดหย่อนภาษีสำหรับธุรกิจบางประเภท การซื้อกองทุนเพื่อ การออม เป็นต้น
  • อัตราการจัดเก็บภาษีที่ต่ำ ที่ผ่านมาแคนาดาจัดเก็บภาษีต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ G-7 และตำกว่าสหรัฐถึงร้อยละ 17
  • นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต่างชาติสามารถใช้แคนาดาเป็นประตูไปสู่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นไปตามความ ตกลงเขตการค้าเสรี (North America Free Trade Agreement : NAFTA) ทั้งนี้ 17 เมือง ขนาดใหญ่ของแคนาดาจาก 20 เมือง ตั้งอยู่ในจุดที่อยู่ในวิสัยที่เดินทางโดยรถยนต์ถึงสหรัฐฯ ได้ในเวลาประมาณ 90 นาที
  • หากความตกลง CETA มีผลบังคับใช้ในอนาคต นักลงทุนต่างประเทศในแคนาดาจะได้รับผลประโยชน์จากการรวม NAFTA และ EU เข้าด้วยกัน ซึ่งจะมี GDP ประมาณ US$35 trillion และจำนวนประชากรประมาณครึ่งหนึ่งของโลกที่ต้องการใช้สินค้าและบริการ
  • แคนาดามีความพร้อมในต้นทุนด้าน R&D ซึ่งต่ำสุดในกลุ่ม G7 และต่ำกว่าสหรัฐฯ ถึงร้อยละ 15.8

กฎการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

แคนาดามีนโยบายเปิดเสรีการลงทุนภายใต้กฎหมายการลงทุน Investment Canada Act ซึ่งกำหนดให้มีธุรกิจบางประเภทที่คนต่างด้าวถือครองจะต้องของอนุญาตจากรัฐบาล (หากมีการ ลงทุนทางตรงโดยธุรกิจที่มีมูลค่ามากกว่า ๒๒๓ ล้านดอลลาร์แคนาดา และการลงทุน ทางอ้อมซึ่งมีมูลค่ามากกว่า ๕ ล้านดอลลาร์แคนาดา) รวมถึง การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ วัฒนธรรม อาทิ สำนักพิมพ์ การกระจายเสียงและเคเบิลทีวี ดนตรี สถาบันการเงิน พลังงาน การขนส่ง จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาล


กิจการที่ไม่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุน

แคนาดาได้กำหนดให้ธุรกิจบางประเภทห้ามมีการลงทุนหรือจำกัดการลงทุนจากต่างชาติ เช่น การประมง (สงวนไว้สำชาวแคนาดาเท่านั้น) การขนส่งทางอากาศ (ต่างชาติถือหุ้นได้ ไม่เกิน ร้อยละ ๒๕) การผลิตและจำหน่ายหนังสือ การกระจายเสียง (ต่างชาติถือหุ้นได้ไม้เกินร้อยละ 20 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงและไม่เกินร้อยละ 33 ในกรณีเป็นบริษัทแม่) การจัดจำหน่ายภาพยนตร์ การจัดพิมพ์เอกสาร บริการด้านการเงิน (ขึ้นกับขนาดของสถาบันทางการเงิน) บริการด้านโทรคมนาคม (ต่างชาติถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 46.7)


กิจการที่ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานทางภาครัฐ

  1. อุตสาหกรรมอากาศยาน
  2. อุตสาหกรรมยานยนต์
  3. Agri-Food
  4. เคมีและพลาสติก
  5. เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนทางพลังงาน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานชีวภาพ
  6. Communication and Technology

รูปแบบการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ

ตามข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC แคนาดา กำหนดให้มีการเปิดเสรีทางการค้าภายในปี 2553 ส่งผลให้รัฐบาลแคนาดา กำหนดแผนการเพื่ออำนวย ความสะดวกสำหรับนักลงทุนจากต่างประเทศ โดยให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุน รวมถึง สิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับเทคโนโลยีและปัจจัยขั้นพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ


เมืองเศรษฐกิจที่น่าลงทุน

แคนาดาตั้งอยู่บนทวีปอเมริกาเหนือ ทิศตะวันออกจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตกจรดมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศเหนือจรดมหาสมุทรอาร์คติก และทิศใต้จรดประเทศสหรัฐฯ แคนาดาเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก ประกอบด้วย 10 รัฐ และ 3 ดินแดน ซึ่งในแต่ละรัฐจะมีอิสระในการบริหารจัดการในการพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ ซึ่งสรุปได้ดังนี้

  • รัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia)

    มีชื่อเสียงด้านการรักษาพยาบาล มีสภาพอากาศที่อบอุ่น ชาวเอเชียจึงนิยมย้ายมาตั้งถิ่นฐานในรัฐนี้

    ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.britishcolumbia.ca

  • รัฐแอลเบอร์ตา (Alberta)

    เป็นแหล่งพลังงาน (น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) ของโลกและการวิจัยนาโนเทคโนโลยี

    ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.albertacanada.com


  • รัฐซัสแคตเชวัน (Saskatchewan)

    เป็นแหล่งเกษตรกรรมและเทคโนโลยีด้านการเกษตร แหล่งแร่ยูเรเนียม

    ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.enterprisesaskatchewan.ca


  • รัฐแมนิโทบา (Manitoba)

    มีชื่อเสียงด้าน biotechnology

    ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.investinmanitoba.ca


  • รัฐออนแทรีโอ (Ontario)

    เป็นแหล่งอาหารของอเมริกาเหนือ Healthcare พลังงานทางเลือก และพลังงาน แสงอาทิตย์

    ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.investinontario.com


  • รัฐควิเบก (Quebec)

    มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีอากาศยาน สื่อดิจิตัล และผู้ผลิตอลูมินั่มขนาดใหญ่ ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายฝรั่งเศส และเป็นรัฐที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลักในการ ติดต่อสื่อสารทุกด้าน

    ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.investquebec.com


  • รัฐนิวบรันสวิก (New Brunswick)

    มีชื่อเสียงด้าน Information Technology และ e-business

    ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.inbcanada.ca


  • รัฐโนวาสโกเชีย (Nova Scotia)

    มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางทะเล

    ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.novascotiabusiness.com


  • รัฐปรินซ์เอดเวิร์ดไอแลนด์ (Prince Edward Island)

    มีชื่อเสียงด้านโภชนาการ การดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โรคหัวใจและโรคเบาหวาน

     ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.investpei.com


  • รัฐนิวฟันแลนด์และลาบราดอร์ (Newfoundland)

    มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีด้านสมุทรศาสตร์

    ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุน  www.nlbusiness.ca

แหล่งข้อมูล : www.Investincanada.gc.ca